หมาป่า

สุนัขส่วนใหญ่หลายสายพันธุ์นิยมเลี้ยงเป็นเพื่อนเฝ้าบ้าน แต่ก็มีสุนัขหลายสายพันธุ์ที่ไม่ควรเลี้ยง หมาป่า หรือ สุนัขป่า จัดว่าเป็นสุนัขสายพันธุ์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เก่าแก่และมีความดุร้ายมาก สุนัขป่าจัดอยู่ในวงศ์ Canidae ซึ่งจัดว่าอยู่ในตระกลูเดียวกับ หมาจิ้งจอก หมาใน ไคโยตี ไฮยีน่าและดิงโก จัดว่าเป็นสัตว์ในประเภทสัตว์กินเนื้อ มีความว่องไว น่ากลัว และการไล่ล่าที่โหดร้าย สุนัขป่าถือกำเนิดขึ้นในปลายยุคไพลสโตซีน ซึ่งก็ยังมีการแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน สุนัขป่าในยุคเริ่มแรกมีจำนวนถึง 32 สายพันธุ์ ต่อมาได้ถูกไล่ล่าจนทำให้สุนัขป่าถูกลดจำนวนลงซึ่งตอนนี้มีอยู่เพียง 4 สายพันธุ์ได้แก่ หมาป่าเทา หมาป่าแดง หมาป่าไซบีเรียนและหมาป่าขนคอยาว ซึ่งทั้งหมดกระจายจำนวนประชากรไปตามแถบทวีปต่างๆทั่วโลก

สุนัขป่านั้นมักอาศัยในแถบทางตอนเหนือของทวีปต่างๆ และมักอาศัยอยู่ตามแนวชายป่าลึก เช่น ไซบีเรีย, แคนนาดา, มองโลเลีย และในแถบตอนเหนือของยุโรป สุนัขมีลักษณะคล้ายกับสุนัขทั่วไป แต่จะแตกต่างกันที่มีขนปุกปุยหนาและหางฟูยาว โตตัวเต็มวัยมีความสูงประมาณ 20 – 25 นิ้ว มีน้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม จัดว่าเป็นสุนัขสายพันธุ์ใหญ่ นิสัยค่อนข้างว่องไว ดุร้าย มักอยู่รวมกันเป็นฝูงและมักไล่ล่าเหยื่อเป็นทีม

แม้ว่าสุนัขป่าสายพันธุ์ส่วนใหญ่จะอยู่ทางตอนเหนือในเขตอากาศเย็น แต่ก็มีบางสายพันธุ์ที่อาศัยและมีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนเช่นกันอย่างเช่น หมาป่านิวกินี เป็นต้น

คอเคเชียน เชพเพิร์ด ฉลาด ไหวพริบเยี่ยม

หากจะกล่าวถึงสุนัขที่คนนิยมเลี้ยงดูอีกสายพันธุ์หนึ่งที่ไม่ควรข้ามอย่าง คอเคเชียน เชพเพิร์ด สุนัขขนาดใหญ่ที่มีความซื่อสัตย์ ฉลาด มีไหวพริบที่ดีและถือว่าเป็นสุนัขสายพันธุ์หนึ่งที่สามารถเฝ้าบ้านได้อย่างดีเยี่ยม คอเคเชียน เชพเพิร์ด มีถิ่นกำเนิดจากประเทศเยอรมนี จัดว่าเป็นสุนัขที่มีสายพันธุ์ค่อนข้างเก่าแก่และเป็นสายพันธุ์โบราณ ในสมัยก่อนนิยมใช้เลี้ยงเพื่อเป็นสุนัขเลี้ยงแกะและต้อนแกะ ซึ่งประเทศในแถบยุโรปนิยมเลี้ยงไว้สำหรับใช้ป้องกันจากหมีและสุนัขป่า ในสมัยก่อนยังนิยมเลี้ยงไว้เพื่อเป็นยามบนกำแพงเบอร์ลินอีกด้วย เริ่มต้นคอเคเชียน เชพเพิร์ด นั้นนิยมเลี้ยงเฉพาะในเยอรมันเท่านั้น และเมื่อใน 1930 คอเคเชียน เชพเพิร์ด เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นจากการนำมาเดินโชว์ในงานต่างๆ และเริ่มปรากฏชัดเจนมากขึ้นและเริ่มแพร่หลายไปยังประเทศอื่นๆในแถบยุโรป ต่อมากำแพงเบอร์ลินพังทลายลง สุนัขที่เฝ้ายามถูกปลดระวางและถูกนำไปให้ประชาชนเลี้ยงและเพาะพันธุ์ต่อไปจนถึงปัจจุบัน คอเคเชียน เชพเพิร์ด นับว่ามีความน่ารักและน่าเกรงขามมากเหมือนกับหน้าตาของมัน

คอเคเชียน เชพเพิร์ด ตัวโตเต็มวัยมีความสูงประมาณ 25 นิ้ว หนักประมาณ 50 – 70 กิโลกรัมมีรูปร่างและลักษณะที่แข็งแรงมาก ขนหนามีสีเทา ดำ น้ำตาล ในปัจจุบัน คอเคเชียน เชพเพิร์ด ถูกแบ่งเป็น 2 สายพันธุ์ได้แก่ พันธุ์จอร์เจียนและอาร์เมเนียน นิสัยของ คอเคเชียน เชพเพิร์ด นั้นค่อนข้างแข็งแรง ว่องไว มีความซื่อสัตย์ต่อเจ้าของ รักอิสระ มักไม่ค่อยเชื่อฟังเจ้าของในบางครั้ง นิยมเลี้ยงไว้เฝ้าบ้าน แต่คอเคเชียน เชพเพิร์ด เป็นสุนัขที่มีขนหนาดังนั้นจึงไม่เหมาะกับสภาพอากาศในเมืองไทย ผู้เลี้ยงควรมีห้องติดแอร์หากต้องเลี้ยงในบ้าน

ทิเบตัน แมสติฟฟ์ สุนัขสายพันธุ์โบราณ

ทิเบตัน แมสติฟฟ์ (Tibetan Mastiff) จัดว่าเป็นสายพันธุ์สุนัขขนาดใหญ่และเป็นสุนัขสายพันธุ์โบราณมีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียกลาง ทิเบตัน แมสติฟฟ์ เป็นสุนัขที่อาศัยอยู่ทางพื้นที่สูงและอากาศเย็นอย่างเช่นแถบที่ราบสูงทิเบต, จีน, มองโกเลีย เป็นต้น ทิเบตัน แมสติฟฟ์ จัดว่าเป็นสุนัขที่ค่อนข้างดุร้ายเนื่องจากในสมัยโบราณนิยมใช้สุนัขสายพันธุ์นี้ล่าสัตว์ ทิเบตัน แมสติฟฟ์ มีภาษาถิ่นเรียกว่า โทชี แปลว่า ผู้เฝ้าเรือน, ทวารบาล, สุนัขที่พึ่งล่ามไว้ ซึ่งในสมัยก่อนมีการผูกล่ามสุนัขเพื่อใช้ในการเผ้าสถานที่ต่างๆ

ปัจจุบันมีการเพาะพันธุ์สุนัขนี้แบ่งเป็น 2 สายพันธุ์คือ โทชี และ ซังซี ทิเบตัน แมสติฟฟ์จัดว่าเป็นหนึ่งในสุนัขที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีร่างกายที่ใหญ่และแข็งแรงมาก โดยทั่วไปมีความสูงราว 62 – 70 เซนติเมตร เพศผู้อาจมีความสูงถึง 82 เซนติเมตร มีน้ำหนักราว 47 – 82 กิโลกรัม ทิเบตัน แมสติฟฟ์ เป็นสุนัขที่ไม่ค่อยนิยมเลี้ยงอย่างแพร่หลายเท่าใดนัก ซึ่งการเลี้ยงดูค่อยข้างยากรวมถึงค่าใช้จ่ายสูงในด้านต่างๆ ทั้ง อาหาร, การตรวจรักษาโรค ซึ่งทำให้ทิเบตัน แมสติฟฟ์ เป็นสุนัขที่นิยมเลี้ยงในกลุ่มคนเฉพาะเท่านั้น รวมถึงราคาสุนัขค่อนข้างแพงตั้งแต่หลักแสนจนถึงหลักล้านเลยทีเดียว

สำหรับผู้ที่เลี้ยงดูสุนัขทิเบตัน แมสติฟฟ์ นั้นต้องมีการดูแลเป็นพิเศษเนื่องจากสุนัขเป็นสายพันธุ์สุนัขที่เขตที่ราบสูงที่มีอุณภูมิเย็นเช่นประเทศในแถบเทือกเขาหิมาลัยเช่น เนปาล, ทิเบต, อินเดีย รวมถึงสุนัขค่อนข้างเป็นสายพันธุ์ที่ดุร้ายเพราะว่าเป็นสุนัขล่าเนื้อ ดังนั้นผู้เลี้ยงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษโดยเฉพาะให้อยู่ห่างจากเด็กๆ

โกลเดินริทรีฟเวอร์ เพื่อนที่แสนดี

โกลเดินริทรีฟเวอร์ (Golden Retriever) เป็นสุนัขสายพันธุ์หนึ่งเป็นที่นิยมเลี้ยงอย่างมากเนื่องจากเป็นสุนัขที่รักสงบและไม่ดุร้าย และเพื่อนเป็นซื่อสัตย์มากต่อมนุษย์ โกลเดินริทรีฟเวอร์ เป็นสุนัขที่มีถิ่นกำเนิดจากสกอตแลนด์ มีลักษณะขนยาวและนุ่ม ขนมีสีเหลืองอ่อน, น้ำตาลอ่อน โดยส่วนมาก โกลเดินริทรีฟเวอร์ จัดว่าเป็นสุนัขที่มีขนาดปานกลางไม่ใหญ่มาก เป็นสุนัขที่นิยมเลี้ยงอย่างมากปัจจุบันสุนัขพันธุ์นี้ได้รับการแพร่หลายทั้งในยุโรป, อเมริกา, เอเชีย สำหรับในประเทศไทยก็เป็นที่นิยมเลี้ยงเช่นกัน โกลเดินริทรีฟเวอร์ มีความสูงประมาณ 23 – 24 นิ้ว ในสมัยก่อนมีการปรับปรุงสายพันธุ์ที่ใช้ในการล่าสัตว์ของนายพราน แต่เมื่อสืบค้นข้อมูลดังกล่าวในปัจจุบันระบุว่า สุนัขสายพันธุ์นี้ไม่ปรากฏนิสัยก้าวร้าวแต่อย่างใด

โกลเดินริทรีฟเวอร์ เป็นสุนัขขนาดปานกลาง มีน้ำหนักประมาณ 55 – 75 ปอนด์ สูงประมาณ 21 – 24 นิ้ว มีลักษณะขนยาวหนาและนุ่มและมีขนปุกปุยบริเวณลำคอ ซึ่งสีของขนมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปส่วนใหญ่จะมีน้ำตาลเข้ม และสีเหลืองอ่อนๆ สุนัขโกลเดินริทรีฟเวอร์ถือว่าเป็นสุนัขที่มีความเฉลียวฉลาด ว่องไว สามารถฝึกฝนได้ง่าย ทั้งยังเป็นสุนัขที่มีนิสัยไม่ดุร้าย มีนิสัยร่าเริงและชอบเล่นน้ำ รวมถึงจัดว่าเป็นสุนัขที่รักเด็ก นอกจากนิยมเลี้ยงตามบ้านแล้ว ในวงการตำรวจมักจะเลี้ยงและฝึกฝนสุนัขพันธุ์นี้ดมกลิ่นและสะกดรอย เนื่องจากเป็นสุนัขที่จัดความประสาทสัมผัสในการรับรู้ สัมผัส ฟังเสียงและสะกดรอยได้อย่างดีมาก ทั้งนี้ในวงการตำรวจและทหารจึงนิยมฝึกและช่วยในเรื่องของการสะกดรอยพวกสารเสพติด รวมถึงใช้ในด้านการรักษาความปลอดภัย นอกจากนี้แล้วยังนำมาใช้นำทางคนตาบอดอีกด้วย

เกรทเดน สุนัขพันธุ์สูงที่สุดในโลก

สุนัขบนโลกมีหลากหลายสายพันธุ์แต่ละสายพันธุ์มีความแตกต่างกันทั้งรูปร่าง นิสัย บางสายพันธุ์มีนิสัยดุร้ายที่เจ้าของต้องดูแลอย่างดี บางสายพันธุ์เป็นสุนัขที่เป็นมิตรกับมนุษย์และไม่เป็นอันตราย เกรทเดน เป็นสุนัขสายพันธุ์หนึ่งที่มีขนาดใหญ่และถูกจัดว่าเป็นสุนัขที่มีความสูงที่สุดในโลก เกรทเดน มีถิ่นกำเนิดในประเทศเยอรมนี มีรูปร่างพิเศษคือ มีโครงร่างที่สูงโปร่งและใหญ่โตมากในบรรดาสายพันธุ์สุนัข เกรทเดนเป็นสุนัขที่มีความสูงโครงร่างมีลักษณะแก้มย้อย ลำตัวผอมเพรียว และมีความว่องไวมากที่สุดพันธุ์หนึ่งของสุนัขบนโลก เกรทเดนเป็นที่นิยมเลี้ยงอย่างมากในแถบยุโรปและอเมริกา ซึ่งในบางประเทศมีการประกวดความสวยงามสุนัขสายพันธุ์นี้ด้วยโดยจะดูถึงสุขภาพ สีสัน และความแข็งแรงของสุนัข

เกรทเดนนั้นจัดว่าเป็นสุนัขสายพันธุ์ที่มีนิสัยไม่ดุร้ายและเป็นมิตรกับมนุษย์ รักสงบจึงถูกขนานนามว่า ยักษ์ใหญ่ใจดี เกรทเดนมีลักษณะเด่นอย่างหนึ่งคือ สง่างาม รูปร่างใหญ่ใตและสูงเพรียว มีกล้ามเนื้อที่สวยงามโดยตัวผู้มีน้ำหนักประมาณ 54 – 90 กิโลกรัม และตัวเมียหนัก 45 – 68 กิโลกรัม และมีความสูงโดยประมาณ 70 – 100 เซนติเมตร มีขนสั้นเกรียน โดยสีของขนนั้นจะแตกต่างกันไป เช่น สีลูกวัว, ลายเสือ, สีบูล, สีดำ, สีฮาเลควิน, สีบอสตัน เป็นต้น บางประเทศมีการจัดประกวดสุนัขพันธุ์นี้ด้วย แต่ทั้งนี้ส่วนใหญ่ยังไม่เป็นที่ยอมรับในการประกวดสุนัข เกรทเดนจัดว่าเป็นสุนัขที่มีความสูงที่สุดในโลกโดยมีการบันทึกว่า ในปี 2004 สุนัขชื่อ “กิ๊บสัน” จากรัฐแคลิเฟอร์เนีย มีความสูง 107 ซม.

ดูแลสุนัขแสนรักให้มีสุขภาพที่ดี

สุนัขเพื่อนที่แสนรู้ของเราซึ่งเจ้าของนั้นต้องมีการดูแลทั้งสภาพร่างกายและจิตใจของสุนัข สุนัขของเราต้องได้รับการดูแลอย่างดีเปรียบเสมือนกัยสมาชิกในครอบครัวของเรา เพราะถ้าหากว่าสุนัขเจ็บป่วยก็เสี่ยงที่จะสูญเสียชีวิตได้ เพื่อให้สุนัขของท่านมีสุขภาพดี และมีความสุข สุนัขจำเป็นที่จะได้รับโภชนาการที่ให้ความสมดุลต่อร่างกาย การดูแลรักษาจากสัตวแพทย์โดยสม่ำเสมอ นั่นรวมถึงการออกกำลังกายด้วย การดูแลสุนัขให้มีสุขภาพดีนั้นก็ไม่ยุ่งยากเลยสำหรับเจ้าของ

ที่อยู่อาศัย ควรมีพื้นที่บังแดด ฝน ร่มเงาให้สุนัขได้หลบแดดฝน ต้องบอกว่าสุนัขเป็นสัตว์ขี้ร้อนดังนั้นแล้วในช่วงหน้าร้อนนั้นอากาศจะร้อนจัดมาก สุนัขบางสายพันธุ์มีขนหนาจะทำให้ร่างกายร้อนได้ดังนั้นเจ้าของควรหาอ่างน้ำและภาชนะใส่น้ำเพื่อให้สุนัขได้กินน้ำและเล่นน้ำคลายร้อนด้วย การให้อาหารและน้ำดื่ม อย่างที่กล่าวข้างต้นว่าน้ำดื่มต้องเป็นน้ำสะอาด สุนัขต้องการสารอาหารเพื่อสร้างสมดุลร่าง กาย ประกอบด้วย โปรตีน และไฟเบอร์ อาหารเหลือจากครัวเรือน ย่อมไม่เพียงพอที่จะสร้างความแข็งแรง และรักษาสุขภาพที่ดีของร่างกายสุนัขได้ ควรให้สุนัขได้มีโอกาสออกเดินในแต่ละวัน หรือเล่นสนุกกับของเล่นหรือลูกบอล ซึ่งจะทำให้สุนัข กระฉับกระเฉง กระปรี้กระเปร่า ไม่ซึมเศร้า ดังนั้นเจ้าของควรหาเวลาว่างไม่ว่าจะยามเช้าหรือยามเย็นควรพาสุนัขออกไปวิ่งเล่นเพื่อคลายเคลียดของสุนัขด้วย นอกจากนี้เจ้าของควรมั่นดูแลเรื่องความสะอาดของสุนัขป้องกันไม่ให้เกิด เห็บ หมัด เหา รบกวนโดยสัตว์เหล่านี้เป็นพาหะนำโรคต่างๆของสุนัข

อเมริกันพิตบูล สุนัขพันธุ์ดุที่เจ้าของต้องระวังเป็นพิเศษ

สุนัขพันธุ์อเมริกัน พิตบูล หรือ หลายคนเรียกสั้นๆว่า พิตบูล เป็นสุนัขสายพันธุ์หนึ่งที่ค่อนข้างมีความดุร้ายและแข็งแรงมาก พิตบูลเป็นสุนัขพันธุ์ล่าเนื้อ ในอดีตนิยมเลี้ยงกันในประเทศอังกฤษ, ไอซ์แลนด์, สก๊อตแลนด์ ถือกำเนิดขึ้นโดยการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างบูลด๊อก และ เทอร์เรีย จนกลายเป็นพันธุ์พิตบูล เทอร์เรีย ในที่สุด ในอดีตราวศตวรรษที่ 19 มีการเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์ดังกล่าวเพื่อใช้ในการล่าเนื้อ เนื่องจากมีความแข็งแรง ว่องไว ปราดเปรียว หลังจากนั้นมีคนนำสุนัขพิตบูลไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาและตั้งชื่อว่า อเมริกันพิตบูล เทอร์เรีย นิยมเลี้ยงกันตามชนบท ฟาร์ม ไร่น่าและปศุสัตว์ ทั้งนี้เพื่อใช้ในการต้อนสัตว์ ป้องกันทรัพย์สินต่างๆ

สำหรับประเทศไทยมีการนิยมเลี้ยงพิบูลเช่นกัน ทั้งนี้เรามักจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับสุนัขพันธุ์นี้ทำร้ายคน รวมถึงเจ้าของด้วย ต้องบอกว่าการเลี้ยงพิตบูลนั้นเจ้าของต้องระวังความปลอดภัยของผู้อื่นและตนเองเป็นพิเศแม้ว่า พิตบูล จะเป็นสุนัขที่รักเจ้าของอย่างมากแต่ถ้าหากเลี้ยงผิดวิธี ไม่ดูแลใส่ใจ เจ้าของอาจถูกทำร้ายได้เช่นกัน นั้นรวมถึง เจ้าของต้องระวังไม่ให้พิตบูลทำร้ายคนอื่นๆหรือสัตว์เลี้ยงของคนอื่นด้วย ทั้งนี้สุนัขพิตบูลส่วนน้อยมากจะทำร้ายเจ้าของ เนื่องจากพิตบูลรักและภักดีกับเจ้าของมาก การที่สุนัขทำร้ายเจ้าของอาจเพราะว่าเข้าใจผิดว่าเจ้าของเป็นคนแปลกหน้า ดังนั้นควรเรียกชื่อของสุนัขก่อนเมื่อคาดว่าสุนัขตนจำไม่ได้

สำหรับเจ้าของพิตบูล ต้องระวังไม่ให้สุนัขออกนอกบ้านโดยไม่มีเชือกคล้องหรือการดูแลอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ควรติดป้ายเตือนผู้สัญจรด้วย นอกจากนี้ควรเลี่ยงให้สุนัขอยู่ห่างจากสุนัขสายพันธุ์อื่นหรือห่างจากเด็กๆ อาจเกิดทำอันตรายร้ายแรงได้

บีเกิล สุนัขที่สุภาพที่สุดในโลก

บีเกิลเป็นสุนัขที่สุภาพ พวกมันค่อนข้างเป็นมิตร ไม่ดุร้ายเกินไปหรือเฉื่อยชาเกินไป ชอบอยู่กันเป็นกลุ่ม แม้ว่าจะพอใช้กันคนแปลกหน้าได้บ้าง แต่มันก็เชื่องคนง่ายเกินจึงไม่เหมาะที่จะเป็นสุนัขเฝ้าบ้าน แต่ว่ามันยังคงเห่าหรือหอนบ้าง เมื่อเผชิญหน้ากับคนแปลกหน้า

ในปี 1985 เบ็นและลิเน็ท ฮาทได้ทำการศึกษาบีเกิล พร้อมกับสุนัขพันธุ์อื่นๆอย่าง ยอคเชียร์ เทอเรียเคนท์ เทอ เวส ไฮด์แลนด์ ไวท์ เทอเรีย ฟอกซ์ เทอเรียผลออกมาว่าบีเกิลเป็นสุนัขที่ฉลาด และเป็นสายพันธุ์ที่ถูกพัฒนามาด้วยจุดประสงค์เดียว คือให้เป็นนักล่ามาเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ฝึกค่อนข้างยาก โดยทั่วไปเมื่อมันรับคำสั่งแล้ว จะสั่งยกเลิกได้ยาก และเมื่อมันจดจำกลิ่นหนึ่งได้ มักจะถูกกลิ่นอื่นรอบตัวเบี่ยงเบนความสนใจได้ง่าย พวกมันจะไม่ค่อยยอมรับคำสั่งทั่วๆไป แต่ก็มีการตอบสนองต่ออาหารที่ดี มีความตื่นตัวสูง ช่างประจบ ในทางกลับกันก็เป็นสุนัขที่เบื่อง่าย

บีเกิลเป็นสุนัขที่เหมาะกับเด็กๆ จึงเป็นสุนัขที่นิยมเลี้ยงกันในครัวเรือน แต่ว่าพวกมันเป็นสุนัขที่อยู่เป็นฝูง เวลานำไปเลี้ยงจึงอาจเกิดอาการซึมเศร้าได้ ไม่ใช่บีเกิลทุกตัวที่จะหอน แต่ส่วนมากจะเห่าเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย ซึ่งบางตัวจะเห่าหรือหอน เมื่อรับรู้ถึงกลิ่นใดกลิ่นหนึ่งโดยเฉพาะ บีเกิลยังเข้ากับสุนัขสายพันธุ์อื่นได้ง่าย พวกมันแข็งแรงมาก จึงวิ่งเล่นได้นานโดยที่ไม่เหนื่อยง่ายๆ

สุนัขสายพันธุ์บีเกิลมีมากว่า 2000 ปีแล้ว และมีชื่อเสียงมากในยุคของพระนางอลิซาเบท ซึ่งปรากฏในงานวรรณกรรม จิตรกรรม ภาพยนตร์ โทรทัศน์ และหนังสือการ์ตูนเรื่องสนู๊ปปี้ ก็เป็นบีเกิลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดตัวหนึ่งของโลก

โอลด์อิงลิชชีปด็อก

สุนัขพันธุ์นี้มีขนปุกปุย หนา ยาวเหมือนเสื้อโค๊ทเป็นเอกลักษณ์ โอลด์อิงลิชชีปด็อก สมัยก่อนที่นิยมแต่งหางสุนัขพันธุ์นี้ให้กลมแล้ว ยิ่งทำให้มันเหมือนหมีแพนด้ามาก แต่ในบางสายพันธุ์ก็ถูกพัฒนาให้มีหางที่เป็นบ๊อบธรรมชาติ โดยไม่ต้องตกแต่ง ท่าทางของโอลด์อิงลิชชีพด็อกจะยืนตัวตกลง ตอนมันยืน หางก็จะตกต่ำลงกว่าสะโพก ทำให้บางครั้งขนที่ยาวมากส่วนหางจะตกลงด้วยขนาดตัวของสุนัขพันธุ์นี้จะสูงประมาณ 61 เซนติเมตร หรือประมาญ 2 ฟุต โดยที่ตัวเมียจะตัวเล็กกว่าตัวผู้ น้ำหนักโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 46 กิโลกรัมสำหรับตัวผู้โตเต็มวัย สีขนของโอลด์อิงลิชชีปด็อกจะเป็นสองสีปนกันระหว่างสีขาวกับสีเทา บางครั้งก็จะมีสีเทาออกฟ้าแซมอยู่เล็กน้อย แต่จะเป็นขาวส่วนใหญ่ ขนชั้นในจะทำหน้าที่กันความชื้น โดยลูกสุนัขเกิดใหม่จะมีสีดำและขาว แล้วจากนั้นสีก็จะเป็นจางลงเมื่อโตขึ้นเรื่องหางของเจ้าโอลด์อิงลิชชีปด็อก ได้เป็นที่ถกเถียงมากในประเทศต่างๆจากกฎหมายกำหนดลักษณะของสัตว์ที่นำมาใช้แรงงาน เพื่อให้มีลักษณะคล่องตัวกับการทำงานมากที่สุดสุนัขพันธุ์นี้ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่ามีถิ่นกำเนิดในประเทศใด แต่ได้รับการพัฒนาขึ้นทางฝั่งตะวันตกของประเทศอังกฤษบริเวณเดวอน, ซัมเมอร์เซ็ท และ ดัชชี เป็นต้น ปรากฏให้เห็นในครั้งแรกจากภาพวาดตั้งแต่สมัย ค.ศ. 1771 และสมัย ค.ศ. 1800 ทางฝั่งเมื่อตะวันตกเก่าแก่ของประเทศอังกฤษ ปรากฏในรูปของสุนัขพันธุ์แบร์เดดคอลลี ซึ่งเชื่อว่า ต่อมาได้ถูกพัฒนาสายพันธุ์กับรัสเซียนโอฟท์ชาร์คา เพื่อให้ได้ขนแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

บุลล์เทร์เรียร์

บุลล์เทร์เรียร์เป็นสุนัขในกลุ่มเทร์เรียร์ 4 สายพันธุ์ที่ใช้ในกีฬากัดสุนัข ได้แก่ อเมริกันพิตบุลล์เทร์เรียร์, สแตฟฟอร์ดเชอร์บุลล์เทร์เรียร์ , มินะเจอร์บุลล์เทร์เรียร์ , และบุลล์เทร์เรียร์ ทั้งนี้ สุนัขบุลล์เทร์เรียร์จะมีอายุเฉลี่ยประมาณ 15 ปี น้ำหนักมาตรฐานอยู่ระหว่าง 52-62 ปอนด์ ส่วนสูงอยู่ที่ 21-22 นิ้ว บุลล์เทร์เรียร์ดูแลง่าย ขนสั้น มีหลายสี ทั้งสีขาวล้วน ขาวแต้มดำหรือสีน้ำตาล และลายเสือ บุลล์เทร์เรียร์นับเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างพละกำลังกับความงดงาม สุนัขบุลล์เทร์เรียร์อันเป็นที่ยอมรับกันนั้นต้องขาวบริสุทธิ์ คือขาวปลอด มีจุดหรือปนสีอื่นได้สุนัขบุลล์เทร์เรียร์เป็นนักสู้ที่อ่อนหวานโดยธรรมชาติ เป็นนักสู้ที่ใจถึง เป็นสุนัขอารักขาที่กระฉับกระเฉง รักครอบครัวและอาณาเขตของเขาโดยสัญชาตญาณ ผู้ที่อาศัยอยู่ตามอะพาร์ตเมนต์ซึ่งมีเนื้อที่จำกัดจะนิยมเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้เพื่อช่วยอารักขา เนื่องจากเป็นสุนัขอารักขาที่ดี แล้วยังเป็นสุนัขที่ประหยัดอีกด้วย บางครั้งอาจจะดื้อรั้นไปบ้าง แต่ก็เข้ากับเด็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี เพื่อให้เขาอยู่ในโอวาทควรมีการฝึกปรือตั้งแต่วันแรก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าจะเลี้ยงเขารวมกับสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น โดยธรรมชาติแล้วจะก้าวร้าวกับสุนัขที่ทำตัวเป็นเจ้าถิ่น มีความจงรักภักดีต่อทุกคนในครอบครัว บุลล์เทร์เรียร์มีนิสัยที่ทำให้เราต้องขบขัน มีสมอง มีจินตนาการ มีบุคลิกไม่เหมือนสุนัขพันธุ์อื่นที่ทำให้ใคร ๆ ต้องรักในความงามของเขา รูปลักษณ์รวมทั้งเอกลักษณ์ของเขาเป็นสิ่งพิเศษที่ทำให้แตกต่างจากสุนัขพันธุ์อื่น เอกลักษณ์และอุปนิสัยของบุลล์เทร์เรียร์มีความซับซ้อนมาก บุลล์เทร์เรียร์เป็นสุนัขที่ซุกซนและทำตัวคล้ายเด็ก ดังนั้นคุณต้องตระเตรียมสิ่งต่าง ๆ และต้องคอยเอาใจใส่ดูแลเขาให้ดี