อเมริกันพิตบูล สุนัขพันธุ์ดุที่เจ้าของต้องระวังเป็นพิเศษ

สุนัขพันธุ์อเมริกัน พิตบูล หรือ หลายคนเรียกสั้นๆว่า พิตบูล เป็นสุนัขสายพันธุ์หนึ่งที่ค่อนข้างมีความดุร้ายและแข็งแรงมาก พิตบูลเป็นสุนัขพันธุ์ล่าเนื้อ ในอดีตนิยมเลี้ยงกันในประเทศอังกฤษ, ไอซ์แลนด์, สก๊อตแลนด์ ถือกำเนิดขึ้นโดยการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างบูลด๊อก และ เทอร์เรีย จนกลายเป็นพันธุ์พิตบูล เทอร์เรีย ในที่สุด ในอดีตราวศตวรรษที่ 19 มีการเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์ดังกล่าวเพื่อใช้ในการล่าเนื้อ เนื่องจากมีความแข็งแรง ว่องไว ปราดเปรียว หลังจากนั้นมีคนนำสุนัขพิตบูลไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาและตั้งชื่อว่า อเมริกันพิตบูล เทอร์เรีย นิยมเลี้ยงกันตามชนบท ฟาร์ม ไร่น่าและปศุสัตว์ ทั้งนี้เพื่อใช้ในการต้อนสัตว์ ป้องกันทรัพย์สินต่างๆ

สำหรับประเทศไทยมีการนิยมเลี้ยงพิบูลเช่นกัน ทั้งนี้เรามักจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับสุนัขพันธุ์นี้ทำร้ายคน รวมถึงเจ้าของด้วย ต้องบอกว่าการเลี้ยงพิตบูลนั้นเจ้าของต้องระวังความปลอดภัยของผู้อื่นและตนเองเป็นพิเศแม้ว่า พิตบูล จะเป็นสุนัขที่รักเจ้าของอย่างมากแต่ถ้าหากเลี้ยงผิดวิธี ไม่ดูแลใส่ใจ เจ้าของอาจถูกทำร้ายได้เช่นกัน นั้นรวมถึง เจ้าของต้องระวังไม่ให้พิตบูลทำร้ายคนอื่นๆหรือสัตว์เลี้ยงของคนอื่นด้วย ทั้งนี้สุนัขพิตบูลส่วนน้อยมากจะทำร้ายเจ้าของ เนื่องจากพิตบูลรักและภักดีกับเจ้าของมาก การที่สุนัขทำร้ายเจ้าของอาจเพราะว่าเข้าใจผิดว่าเจ้าของเป็นคนแปลกหน้า ดังนั้นควรเรียกชื่อของสุนัขก่อนเมื่อคาดว่าสุนัขตนจำไม่ได้

สำหรับเจ้าของพิตบูล ต้องระวังไม่ให้สุนัขออกนอกบ้านโดยไม่มีเชือกคล้องหรือการดูแลอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ควรติดป้ายเตือนผู้สัญจรด้วย นอกจากนี้ควรเลี่ยงให้สุนัขอยู่ห่างจากสุนัขสายพันธุ์อื่นหรือห่างจากเด็กๆ อาจเกิดทำอันตรายร้ายแรงได้

บีเกิล สุนัขที่สุภาพที่สุดในโลก

บีเกิลเป็นสุนัขที่สุภาพ พวกมันค่อนข้างเป็นมิตร ไม่ดุร้ายเกินไปหรือเฉื่อยชาเกินไป ชอบอยู่กันเป็นกลุ่ม แม้ว่าจะพอใช้กันคนแปลกหน้าได้บ้าง แต่มันก็เชื่องคนง่ายเกินจึงไม่เหมาะที่จะเป็นสุนัขเฝ้าบ้าน แต่ว่ามันยังคงเห่าหรือหอนบ้าง เมื่อเผชิญหน้ากับคนแปลกหน้า

ในปี 1985 เบ็นและลิเน็ท ฮาทได้ทำการศึกษาบีเกิล พร้อมกับสุนัขพันธุ์อื่นๆอย่าง ยอคเชียร์ เทอเรียเคนท์ เทอ เวส ไฮด์แลนด์ ไวท์ เทอเรีย ฟอกซ์ เทอเรียผลออกมาว่าบีเกิลเป็นสุนัขที่ฉลาด และเป็นสายพันธุ์ที่ถูกพัฒนามาด้วยจุดประสงค์เดียว คือให้เป็นนักล่ามาเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ฝึกค่อนข้างยาก โดยทั่วไปเมื่อมันรับคำสั่งแล้ว จะสั่งยกเลิกได้ยาก และเมื่อมันจดจำกลิ่นหนึ่งได้ มักจะถูกกลิ่นอื่นรอบตัวเบี่ยงเบนความสนใจได้ง่าย พวกมันจะไม่ค่อยยอมรับคำสั่งทั่วๆไป แต่ก็มีการตอบสนองต่ออาหารที่ดี มีความตื่นตัวสูง ช่างประจบ ในทางกลับกันก็เป็นสุนัขที่เบื่อง่าย

บีเกิลเป็นสุนัขที่เหมาะกับเด็กๆ จึงเป็นสุนัขที่นิยมเลี้ยงกันในครัวเรือน แต่ว่าพวกมันเป็นสุนัขที่อยู่เป็นฝูง เวลานำไปเลี้ยงจึงอาจเกิดอาการซึมเศร้าได้ ไม่ใช่บีเกิลทุกตัวที่จะหอน แต่ส่วนมากจะเห่าเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย ซึ่งบางตัวจะเห่าหรือหอน เมื่อรับรู้ถึงกลิ่นใดกลิ่นหนึ่งโดยเฉพาะ บีเกิลยังเข้ากับสุนัขสายพันธุ์อื่นได้ง่าย พวกมันแข็งแรงมาก จึงวิ่งเล่นได้นานโดยที่ไม่เหนื่อยง่ายๆ

สุนัขสายพันธุ์บีเกิลมีมากว่า 2000 ปีแล้ว และมีชื่อเสียงมากในยุคของพระนางอลิซาเบท ซึ่งปรากฏในงานวรรณกรรม จิตรกรรม ภาพยนตร์ โทรทัศน์ และหนังสือการ์ตูนเรื่องสนู๊ปปี้ ก็เป็นบีเกิลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดตัวหนึ่งของโลก

โอลด์อิงลิชชีปด็อก

สุนัขพันธุ์นี้มีขนปุกปุย หนา ยาวเหมือนเสื้อโค๊ทเป็นเอกลักษณ์ โอลด์อิงลิชชีปด็อก สมัยก่อนที่นิยมแต่งหางสุนัขพันธุ์นี้ให้กลมแล้ว ยิ่งทำให้มันเหมือนหมีแพนด้ามาก แต่ในบางสายพันธุ์ก็ถูกพัฒนาให้มีหางที่เป็นบ๊อบธรรมชาติ โดยไม่ต้องตกแต่ง ท่าทางของโอลด์อิงลิชชีพด็อกจะยืนตัวตกลง ตอนมันยืน หางก็จะตกต่ำลงกว่าสะโพก ทำให้บางครั้งขนที่ยาวมากส่วนหางจะตกลงด้วยขนาดตัวของสุนัขพันธุ์นี้จะสูงประมาณ 61 เซนติเมตร หรือประมาญ 2 ฟุต โดยที่ตัวเมียจะตัวเล็กกว่าตัวผู้ น้ำหนักโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 46 กิโลกรัมสำหรับตัวผู้โตเต็มวัย สีขนของโอลด์อิงลิชชีปด็อกจะเป็นสองสีปนกันระหว่างสีขาวกับสีเทา บางครั้งก็จะมีสีเทาออกฟ้าแซมอยู่เล็กน้อย แต่จะเป็นขาวส่วนใหญ่ ขนชั้นในจะทำหน้าที่กันความชื้น โดยลูกสุนัขเกิดใหม่จะมีสีดำและขาว แล้วจากนั้นสีก็จะเป็นจางลงเมื่อโตขึ้นเรื่องหางของเจ้าโอลด์อิงลิชชีปด็อก ได้เป็นที่ถกเถียงมากในประเทศต่างๆจากกฎหมายกำหนดลักษณะของสัตว์ที่นำมาใช้แรงงาน เพื่อให้มีลักษณะคล่องตัวกับการทำงานมากที่สุดสุนัขพันธุ์นี้ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่ามีถิ่นกำเนิดในประเทศใด แต่ได้รับการพัฒนาขึ้นทางฝั่งตะวันตกของประเทศอังกฤษบริเวณเดวอน, ซัมเมอร์เซ็ท และ ดัชชี เป็นต้น ปรากฏให้เห็นในครั้งแรกจากภาพวาดตั้งแต่สมัย ค.ศ. 1771 และสมัย ค.ศ. 1800 ทางฝั่งเมื่อตะวันตกเก่าแก่ของประเทศอังกฤษ ปรากฏในรูปของสุนัขพันธุ์แบร์เดดคอลลี ซึ่งเชื่อว่า ต่อมาได้ถูกพัฒนาสายพันธุ์กับรัสเซียนโอฟท์ชาร์คา เพื่อให้ได้ขนแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

บุลล์เทร์เรียร์

บุลล์เทร์เรียร์เป็นสุนัขในกลุ่มเทร์เรียร์ 4 สายพันธุ์ที่ใช้ในกีฬากัดสุนัข ได้แก่ อเมริกันพิตบุลล์เทร์เรียร์, สแตฟฟอร์ดเชอร์บุลล์เทร์เรียร์ , มินะเจอร์บุลล์เทร์เรียร์ , และบุลล์เทร์เรียร์ ทั้งนี้ สุนัขบุลล์เทร์เรียร์จะมีอายุเฉลี่ยประมาณ 15 ปี น้ำหนักมาตรฐานอยู่ระหว่าง 52-62 ปอนด์ ส่วนสูงอยู่ที่ 21-22 นิ้ว บุลล์เทร์เรียร์ดูแลง่าย ขนสั้น มีหลายสี ทั้งสีขาวล้วน ขาวแต้มดำหรือสีน้ำตาล และลายเสือ บุลล์เทร์เรียร์นับเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างพละกำลังกับความงดงาม สุนัขบุลล์เทร์เรียร์อันเป็นที่ยอมรับกันนั้นต้องขาวบริสุทธิ์ คือขาวปลอด มีจุดหรือปนสีอื่นได้สุนัขบุลล์เทร์เรียร์เป็นนักสู้ที่อ่อนหวานโดยธรรมชาติ เป็นนักสู้ที่ใจถึง เป็นสุนัขอารักขาที่กระฉับกระเฉง รักครอบครัวและอาณาเขตของเขาโดยสัญชาตญาณ ผู้ที่อาศัยอยู่ตามอะพาร์ตเมนต์ซึ่งมีเนื้อที่จำกัดจะนิยมเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้เพื่อช่วยอารักขา เนื่องจากเป็นสุนัขอารักขาที่ดี แล้วยังเป็นสุนัขที่ประหยัดอีกด้วย บางครั้งอาจจะดื้อรั้นไปบ้าง แต่ก็เข้ากับเด็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี เพื่อให้เขาอยู่ในโอวาทควรมีการฝึกปรือตั้งแต่วันแรก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าจะเลี้ยงเขารวมกับสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น โดยธรรมชาติแล้วจะก้าวร้าวกับสุนัขที่ทำตัวเป็นเจ้าถิ่น มีความจงรักภักดีต่อทุกคนในครอบครัว บุลล์เทร์เรียร์มีนิสัยที่ทำให้เราต้องขบขัน มีสมอง มีจินตนาการ มีบุคลิกไม่เหมือนสุนัขพันธุ์อื่นที่ทำให้ใคร ๆ ต้องรักในความงามของเขา รูปลักษณ์รวมทั้งเอกลักษณ์ของเขาเป็นสิ่งพิเศษที่ทำให้แตกต่างจากสุนัขพันธุ์อื่น เอกลักษณ์และอุปนิสัยของบุลล์เทร์เรียร์มีความซับซ้อนมาก บุลล์เทร์เรียร์เป็นสุนัขที่ซุกซนและทำตัวคล้ายเด็ก ดังนั้นคุณต้องตระเตรียมสิ่งต่าง ๆ และต้องคอยเอาใจใส่ดูแลเขาให้ดี

เวสต์ไฮต์แลนด์ไวต์เทร์เรียร์

เวสต์ไฮต์แลนด์ไวต์เทร์เรียร์เป็นที่รู้จักครั้งแรกจากงานประกวดสุนัขที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อปี ค.ศ. 1907 ในปีถัดมาได้ลงทะเบียนกับสมาคมสุนัขอเมริกันในชื่อ โรสนีทเทร์เรียร์ หลังจากนั้นได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น เวสต์ไฮต์แลนด์ไวต์เทร์เรียร์ อย่างเป็นทางการในปัจจุบัน เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ. 1909 เนื่องจากมีการผสมพันธุ์ให้กลายมาเป็นสีขาวล้วนเวสต์ไฮต์แลนด์ไวต์เทร์เรียร์เป็นสุนัขขนาดเล็ก ตาเป็นวงกลมสีดำ ขนยาวสีขาวมี 2 ชั้น ชั้นนอกมีลักษณะเหยียดยาว หยาบ ขนชั้นในจะสั้นและนุ่ม หูมีขนาดเล็กมีทั้งตั้งตรงและตกลง ตัวผู้สูงประมาณ 25-30 เซนติเมตร ตัวเมียสูงประมาณ 23-28 เซนติเมตร ตัวผู้หนัก 7-10 กิโลกรัม ตัวเมียหนักประมาณ 6-7 กิโลกรัม มีจุดเด่นคือสีขนจะมีความขาวสว่างทำให้ดูมีสง่าราศี มีอายุเต็มที่ประมาณ 15 ปีเนื่องจากเคยเป็นสุนัขล่าสัตว์มาก่อนจึงมีนิสัยที่กล้าหาญ จนถูกขนานนามว่า สุนัขใหญ่ในร่างเล็ก เวสต์ไฮต์แลนด์ไวต์เทร์เรียร์จึงเป็นสุนัขที่มีนิสัยระแวดระวังอยู่เสมอ และเห่าเก่งถึงแม้ตัวจะมีขนาดเล็ก รวมทั้งมีนิสัยที่หวงสิ่งของของมันเองมาก รวมถึงเจ้าของและอาหารด้วย โดยปกติแล้วจะเป็นสุนัขที่เข้ากับเด็กและสัตว์อื่น ๆ ได้ง่าย ชอบวิ่งเล่นเป็นประจำ จึงไม่ควรให้อยู่ในห้องแคบ ๆ สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ได้เร็ว แต่เนื่องจากตัวเล็กจึงมักจะเหนื่อยง่ายมักจะเป็นสุนัขที่มีปัญหาเกี่ยวกับผิวหนังแห้ง จึงทำให้ไม่ควรอาบน้ำให้บ่อยเกินไปนัก โดยปกติควรจะอยู่ที่ประมาณเดือนละ 1 ครั้ง แต่เนื่องจากมีขนยาวจึงควรที่จะแปรงขนให้บ่อย ๆ และทำความสะอาดหูด้วยสำลีจะช่วยป้องกันการสะสมของไขมันและสิ่งสกปรกได้

ปั๊ก

  หมาขี้เล่นหน้าย่นชอบอยู่กันเป็นกลุ่มๆไม่ชอบอยู่ตัวเดียว

สุนัขพันธุ์ปั๊ก เป็นส่วนผสมที่สมบูรณ์แบบของสุนัขตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งที่ดึงดูดให้ต้องหลงใหลทั้งความแข็งแกร่ง และความกล้าหาญ ที่มีอยู่ในปั๊กสุนัขที่น่ารักพันธุ์นี้ ถ้ามีพื้นที่น้อยหรืออาศัยในห้องชุด ปั๊ก จะเป็นคำตอบสำหรับคุณ พวกเขาไร้ซึ่งกลิ่นอับที่อาจพบในสุนัขเล็กพันธุ์อื่น มีขนที่สั้นและไม่ค่อยมีการผลัดขน จึงเป็นสุนัขที่ค่อนข้างสะอาดปั๊ก นั้นโดยส่วนใหญ่จะซน สามารถอยู่ในที่เล็กๆได้หรือสามารถอยู่ร่วมกันหลายตัวได้สุนัขพันธุ์ ปั๊ก โดยส่วนมากจะขี้เกียจ ถ้าปล่อยให้อยู่ตามลำพัง หรือไม่มีอุปกรณ์ฝึกเขา ให้พาเขาเดินหรือเล่นเกม โยนของไปให้เขาเก็บทุกวัน แต่อย่าให้เขาออกกำลัง กายหนักๆในช่วงที่ มีอากาศร้อนหรือหลังกินอาหารเสร็จปั๊ก เป็นสุนัขที่ฉลาด และมีแนวโน้มที่จะดื้อไม่ค่อย เชื่อฟังคำสั่ง ไม่ง่ายเลยที่จะฝึกสุนัขพันธุ์ปั๊ก แต่ก็สามารถฝึกได้ และจะทำให้พวกเขาเป็นสุนัขที่ ดีต่อไป ชมรมผู้เลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้หรือศูนย์ฝึก ที่สามารถฝึกสุนัขให้เชื่อฟังคำสั่งจะช่วย แนะนำคุณได้ และจะแนะนำทุกอย่าง ที่เจ้าของสุนัขควรรู้ เพื่อทำให้ ปั๊ก ตัวน้อยเป็นเพื่อนกับเรา ไม่ใช่แค่เป็นสัตว์เลี้ยงผู้เลี้ยงที่เหมาะสม

เนื่องจากปั๊กเป็นสุนัขที่ชอบอยู่กับคนดังนั้นเขาจึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะเลี้ยงไว้เป็นเพื่อน ปั๊กเป็นสุนัขตัวเล็กๆ ที่แข็งแกร่ง เป็นตัวตลกโดยธรรมชาติและจะทำให้ คุณหัวเราะได้เสมอ พวกเขานอนกรน หายใจเสียงดัง ทำเสียงฟึดฟัดในจมูก หายใจออกแรง และจามใส่หน้าของคุณ ปั๊กเป็นหมาที่ในตาน่าสงสารมากคือมองน่าแล้วรู้สึกว่านางเศร้าตลอดเวลาเวลาดุก็จะรู้สึกส่งสารสำหรับคนที่จะเลี้ยงหมาพันธุ์ปั๊กต้องรับเสียงหายใจของนางให้ได้เพราะหายใจแรกแล้วก็น้ำลายไหลต้องดูและเรื่องขนด้วยแล้วเป็นหมาที่มีกลิ่นตัวที่สำคัญควรตรวจสอบให้ดีกว่าเป็นพันธุ์แท้ไหมเพราะบางคนซื้อมาเลี้ยงพอโตขึ้นมาตัวใหญ่มากเหมื่อนผสมมา –*

บอสตัน เทอร์เรียร์

  หมาหน้าย่นดูมึนงงตลอดเวลาแต่มีเสน่าห์ใครๆก็รักสุนัขพันธุ์ บอสตัน เทอร์เรียร์ ลักษณะท่าทาง ของสุนัขสามารถบอกความมุ่งมั่น ความแข็งแรงและมีความตื่นตัว แม้จะเป็นสุนัขตัวเล็กแคระ แต่เขามีโครงสร้างได้สัดส่วน มีความสง่างาม โดยเฉพาะดวงตาโตใหญ่ที่บ่งบอกความรู้สึกได้บอสตันเทอร์เรียนเป็นสุนัขที่เป็นมิตรทั้งกับคนและสัตว์อื่นๆ ร่าเริง กระตือรืร้น ฉลาดหลักแหลม ต้องการความรัก และการเอาใจใส่จากสมาชิกในครอบครัว แต่ก็พร้อมจะมอบความรัก ทุ่มเทให้แก่คนในครอบครัวเช่นกัน พวกเขาเป็นสุนัขที่มีความมุ่งมั่น รักการทำกิจกรรมเกือบทุกชนิด อีกทั้งยังรักความสะอาด ชอบอยู่เงียบๆ ข้างๆ เจ้าของ ไม่ไฮเปอร์ ซนและวุ่นวายให้ปวดหัวบอสตัน เทอร์เรีย เลี้ยงไม่ยาก สามารถอยู่ได้ในพื้นที่แคบอย่างเช่นอพาร์ตเม้นท์ การทำความสะอาดก็ไม่ยุ่งยาก แต่อาจจะต้องพาไปออกกำลังกายบ้างเพื่อควบคุมน้ำหนักและจะการกับพลังงานส่วนเกิน ไม่ควรเลี้ยงพวกเขาให้อยู่แยกจากคน หรือเลี้ยงไว้นอกบ้าน เพราะพวกเขาต้องการความรักและต้องการอยู่ใกล้คิดกับคนในครอบครัวบอสตัน เทอร์เรียน มีแนวโน้มว่าจะเกิดปัญหาเกี่ยวกับดวงตาและหู ไม่ว่าจะเป็น เชอร์รี่อาย ต้อกระจก ภาวะตาแห้ง หูอักเสบ หูหนวก ดังนั้นหากมีอาการผิดปกติควรพาไปปรึกษาสัตวแพทย์ทันทีบางคนอาจจะสับสนหมาพันธุ์นี้กับปลั๊กเพราะหน้าตาคล้ายกันมาก แต่ยังไงก็แยกกันให้ออกนะค่ะ เพราะมีควารมแตกต่างกันให้สังเกตุจากสีและใบหูคะ หูตกกับหูกลางดูกันไม่ยากเลยแต่มีความมึนงงเหมื่อนกันและเสียหายใจจะแรงเหมื่อนกันคะ

ชิวาวา

    หมาน้อยน่ารักตัวจิ๊วฉลาดขี้เอาอกเอาใจชิวาวา เป็นสุนัขขนาดเล็ก ถือว่าตัวเล็กที่สุดในโลก!! หูมีขนาดใหญ่ ดวงตากลมโต เหมาะที่จะใช้เลี้ยงเป็นเพื่อน ชอบออกไปเดินเล่นกับเจ้าของ เห่าเสียงดัง ค่อนข้างติดเจ้าของและไม่ทำลายข้าวของชิวาวาหรือเจ้าชิวาว่ามีต้นกำเนิดที่ประเทศเม็กซิโก ชาวพื้นเมืองนิยมเลี้ยงเพราะมีความเชื่อถือในเรื่องโชคลางต่างๆ จนถึงขั้นมีการนำชิวาวาไปใช้ในพิธีบูชายันต์!!ชิวาวาเป็นสุนัขมีความฉลาดและจงรักภักดีต่อเจ้าของมา กเมื่อเทียบกับสุนัขพันธุ์อื่นๆ โดยปกติมักเป็นสุนัขที่เงียบสงบไม่ค่อยเห่าส่งเสียงร บกวน เว้นแต่จะถูกรบกวนหรือทำตกใจจึงจะเห่าเพื่อรักษาที่อ ยู่อาศัยของตัวเอง นอกจากนี้ยังมีนิสัยกล้าหาญมักจะยืนหยัดต่อสู้กับสุนัขตัวอื่นๆ ไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็กกว่า แต่ก็มีอัธยาศัยที่ดีกับสุนัขตัวอื่นหรือสัตว์เลี้ยง ชนิดอื่นๆวงอายุที่ต้องการเอาใจใส่มากที่สุดในการเลี้ยงชิวาวาเพราะสุนัขจะตายมากที่สุดคือช่วงอายุระหว่าง 2-3 เดือน เนื่องจากวัยนี้เป็นช่วงที่สุนัขเพิ่งเริ่มอดนมใหม่ๆ ซึ่งหากลูกสุนัขกินอาหารอะไรที่ผิดไปเพียงนิดเดียว ก็จะส่งผลให้สุนัขท้องเสียได้ โดยถ้าสุนัขตัวไหนไม่มีภูมิต้านทานได้รับเชื้อก็อาจจะถึงตายได้เหมือนกัน แต่หลังจากช่วงอายุ 2-3 เดือนไปแล้ว ก็สามารถที่จะเอาใจใส่น้อยลงได้แล้ววิธีสังเกตง่ายๆ ว่าสุนัขมีอาการผิดปกตินั้นให้สังเกตจากการที่สุนัขไม่ค่อยกินข้าวหรือกินข้าวน้อยลงก็ขอให้สงสัยไว้ก่อนว่าสุนัขกำลังจะไม่สบาย และส่วนการให้อาหารนั้นผู้เลี้ยงสามารถเลือกซื้ออาหารสุนัขสำเร็จรูปที่มีจำหน่ายอยู่ตามท้องตลาดมาให้กับสุนัขกินได้เพียงแต่เลือกให้เหมาะสมกับสุนัขเท่านั้นในเรื่องของการออกกำลังกาย ผู้เลี้ยงสามารถปล่อยให้ชิวาวาไปออกกำลังกายได้เองภายในสวนหรือพื้นที่จำกัด แต่ชิวาวาชอบที่จะออกไปเล่นกับเจ้าของมากกว่าส่วนเรื่องสุขภาพนั้นโรคที่จะเกิดขึ้นกับชิวาวาก็จะเหมือนกับสุนัขพันธุ์อื่นทั่วๆ ไป ซึ่งโรคที่พบบ่อยคือ โรคลำไส้อักเสบกับไข้หัด สาเหตุของโรคทั้งสองเป็นโรคติดต่อซึ่งหากสุนัขตัวไหนไม่มีการฉีดวัคซีนแล้วไปถูกเชื้อเข้าก็จะติดต่อได้

ชิบะ อินุ

น่ารัก คล่องแคล่ววองไว สดใส ใครก็หลงรัก

ชิบะอินุเป็นสุนัขพันธุ์ดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีขนาดเล็กที่สุด เป็นสุนัขในตระกูลเดียวกันกับพันธุ์อะคิตะ (Akita) รูปร่างกระทัดรัด หูตั้ง กล้ามเนื้อกระชับ ขนสั้น 2 ชั้น มีทั้งสีดำผสมสีน้ำตาล สีแดง หรือ สีงาแดง ดวงตาสดใสและรูปริมฝีปากโค้งเหมือนกับกำลังยิ้ม ชิบะอินุ เป็นสุนัขอารมณ์ดี เป็นมิตร ตื่นตัว ฉลาดหลักแหลม เป็นสุนัขพื้นเมืองของชาวญี่ปุ่น และได้รับการยอมรับและตั้งเป็นอนุสาวรีย์ของญี่ปุ่นผ่านกฎหมายทางทรัพย์สินทางวัฒนธรรม เพื่อการอนุรักษ์ของสุนัขญี่ปุ่น ชิบะ อินุเคยเกือบจะสูญพันธุ์เมื่อช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ผลมาจากระเบิด สารเคมีและเชื้อโรค แต่หลังจากสงครามได้มีการนำชิบะ อินุที่เหลืออยู่ 3 สายเลือดคือ ชินชุ ชิบะ จากจังหวัดนากาโน่ มิโน ชิบะ จากจังหวัดไอจิ และ ซานอิน ชิบะ จากจังหวัดทตโตะริและจังหวัดชินามิ มาผสมพันธุ์และพัฒนาสายพันธุ์มาเป็นที่รู้จักจนถึงทุกวันนี้ชิบะ อินุ เป็นสุนัขที่ร่าเริงแจ่มใส คล่องแคล่ว ปราดเปรียว ว่องไว ขี้เล่น ฉลาด รักอิสระซื่อสัตย์ กล้าหาญ ใจดี อ่อนโยน รักและผูกพันกับสมาชิกในครอบครัวมากๆ และเป็นมิตรที่ดีกับเด็กๆ พวกเขาเข้ากับคนแปลกหน้าและสัตว์อื่นๆ ให้เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งได้อย่างดีเยี่ยม ถือได้ว่าเป็นสุนัขที่รักการเข้าสังคมมากที่สุดพันธุ์หนึ่ง แต่ด้วยสายเลือดนักล่า พวกเขาจะไม่ค่อยเป็นมิตรกับหนู หรือกระต่ายเท่าไหร่นัก อย่างไรก็ตามชิบะ อินุ มีข้อเสียก็ตรงค่อนข้างเอาแต่ใจโดยเฉพาะ ขณะฝึกวินัย บางครั้งถึงกับทำให้เจ้าของปวดหัวกับอาการดื้อของพวกเขา ดังนั้นต้องฝึกฝนพวกเขาเป็นประจำอย่างอดทนชิบะ อินุ เป็นสุนัขขนสั้น หนา ง่ายต่อการดูแลรักษา ผู้เลี้ยงควรแปรงขนให้เขาเป็นประจำ เพื่อแปรงเอาขนที่หลุดล่วงออก ส่วนการอาบน้ำควรอาบให้อย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ต่อครั้ง ซึ่งปกติแล้วพวกเขาจะถูกเลี้ยงไว้อยู่ในบ้าน จึงไม่สกปรกมาก การอาบน้ำให้แต่ละครั้งมักมีจุดประสงค์เพื่อชำละล้างชั้นขนที่หลุดล่วงตามฤดูกาล นอกจากขนที่ผู้เลี้ยงต้องดูแลแล้ว ในส่วนของการออกกำลังกาย ควรพาเขาออกไปเดินหรือวิ่งเล่นเป็นประจำทุกวัน แต่ควรให้ออกกำลังกายอย่างพอเหมาะไม่หักโหมจนเกินไป เพราะโดยปกติแล้วชิบะ อินุเป็นสุนัขที่มีความตื่นตัวอยู่ตลอด สามารถวิ่งเล่น ออกกำลังกายด้วยตัวของมันเอง เพียงแต่การพาไปออกกำลังร่วมกับเจ้าของ เป็นเสมือนการฝึกวินัย และสร้างความผูกพันต่อเจ้าของไปด้วยในตัวเสมอค่ะ

ชาเป่ย

   ซื่อสัตย์ น่ารัก นิ่งๆชาเป่ยเป็นสุนัขขนาดกลาง รูปร่างคล้ายกับฮิปโปโปเตมัส ขนสั้น ลักษณะภายนอกที่เห็นแล้วระบุได้ชัดเจนว่า “เจ้าคือชาเป่ย” ก็คือหนังยับๆย่นๆ ปกคลุมบริเวณส่วนศีรษะและลำคอ แต่รอบย่นพวกนี้จะหายไปเมื่อมีอายุมากขึ้นสุนัขพันธุ์ชาเป่ยชาร์ไป่ เป็นสุนัขที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน เป็นสายพันธุ์พื้นเมืองที่เกิดจากหมู่บ้านเล็กๆ เมืองไต้ลี่ มณฑลกวางตุ้ง และมีชีวิตอยู่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 20 ในตอนใต้ของประเทศจีน สมัยราชวงศ์ฮั่นและชื่อ ชาเป่ย หมายความว่า ผิวของดิน แต่ก็มีการตีความผิดไปว่า ผิวของกระดาษทราย หรือผิวหนังที่หยาบกร้านคล้ายกระดาษทราย จากการตีความหมายนี้ได้กลายเป็นคุณสมบัติเฉพาะของสุนัขพันธุ์ชาเป่ยที่มีผิวหนังคล้ายสีของพื้นดิน น้ำตาลบ้าง ดำ-น้ำตาลบ้าง แต่ทุกสีจะมีลักษณะเดียวกันคือ ขนสั้นทั้งนี้ มีการสันนิษฐานว่า ชาเป่ย น่าจะเกี่ยวโยงกับเชา เชา เพราะมีลักษณะร่วมกัน คือมีลิ้นสีน้ำเงินเข้ม หรือม่วง เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุด โดยชาเป่ย เริ่มจากการเป็นหมาชาวบ้านชาวเมืองทั่วไป เฝ้าบ้าน เฝ้าไร่นาเรือกสวน ชาเป่ย ถูกพัฒนาในด้านความฉลาด และพละกำลัง หลังจากนั้น ชาเป่ยก็ถูกจับไปใช้ในการแข่งขัน คือเอามาต่อสู้กัน ตอนนี้เองที่เอกลักษณ์โดดเด่นของชาเป่ย ได้ถูกพัฒนาขึ้นมา นั่นก็ความยับย่นทั่วตัว ซึ่งว่ากันว่าเกิดขึ้นเพื่อช่วยไม่ให้ถูกคู่ต่อสู้งับไว้ได้ง่ายๆชาเป่ยเป็นสุนัขที่ฉลาดและค่อนข้างมีมาดพอสมควร ดูสุขุม นิ่งๆ ไม่ค่อยเป็นทั้งมิตรกับคนแปลกหน้าและสุนัขตัวอื่นๆ แต่มีความซื่อสัตย์กับเจ้าของสุดๆ และที่สำคัญชาเป่ยมีความสามารถในการเฝ้าบ้านเป็นอย่างมาก เชื่อฟังคำสั่งและชอบประจบเจ้าของ ไม่ชอบใช้ความรุนแรงหรือคอยหาเรื่องกับสุนัขตัวอื่น แต่จะสู้ไม่ถอยเมื่อโดนรังแกนเรื่องของการให้อาหารนั้น ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ผสมสีสังเคราะห์ (ไม่ใช่สีผสมอาหาร) วัตถุกันเสียและเนื้อแดง หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ทำจากข้าวโพดและถั่วเหลือง เพราะอาจทำให้เกิดภูมิแพ้ได้ส่วนในเรื่องของความสะอาดนั้น สุนัขชาเป่ยเป็นสุนัขที่ต้องการความสะอาดเป็นอย่างมาก เพราะชาเป่ยมีเหงื่อเยอะต้องหมั่นอาบน้ำให้สะอาดอยู่เสมอๆ และต้องคอยดูแลเรื่องการสะสมของสิ่งสกปรกในหูที่จะทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวกการที่จะเลี้ยงสุนัขชาเป่ยให้มีสุขภาพดีได้นั้น ผู้เลี้ยงจะต้องพาไปฉีดวัคซีน ถ่ายพยาธิ ดูแลเรื่องเห็บหมัดอย่างสม่ำเสมอค่ะ