โกลเดินริทรีฟเวอร์ เพื่อนที่แสนดี

โกลเดินริทรีฟเวอร์ (Golden Retriever) เป็นสุนัขสายพันธุ์หนึ่งเป็นที่นิยมเลี้ยงอย่างมากเนื่องจากเป็นสุนัขที่รักสงบและไม่ดุร้าย และเพื่อนเป็นซื่อสัตย์มากต่อมนุษย์ โกลเดินริทรีฟเวอร์ เป็นสุนัขที่มีถิ่นกำเนิดจากสกอตแลนด์ มีลักษณะขนยาวและนุ่ม ขนมีสีเหลืองอ่อน, น้ำตาลอ่อน โดยส่วนมาก โกลเดินริทรีฟเวอร์ จัดว่าเป็นสุนัขที่มีขนาดปานกลางไม่ใหญ่มาก เป็นสุนัขที่นิยมเลี้ยงอย่างมากปัจจุบันสุนัขพันธุ์นี้ได้รับการแพร่หลายทั้งในยุโรป, อเมริกา, เอเชีย สำหรับในประเทศไทยก็เป็นที่นิยมเลี้ยงเช่นกัน โกลเดินริทรีฟเวอร์ มีความสูงประมาณ 23 – 24 นิ้ว ในสมัยก่อนมีการปรับปรุงสายพันธุ์ที่ใช้ในการล่าสัตว์ของนายพราน แต่เมื่อสืบค้นข้อมูลดังกล่าวในปัจจุบันระบุว่า สุนัขสายพันธุ์นี้ไม่ปรากฏนิสัยก้าวร้าวแต่อย่างใด

โกลเดินริทรีฟเวอร์ เป็นสุนัขขนาดปานกลาง มีน้ำหนักประมาณ 55 – 75 ปอนด์ สูงประมาณ 21 – 24 นิ้ว มีลักษณะขนยาวหนาและนุ่มและมีขนปุกปุยบริเวณลำคอ ซึ่งสีของขนมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปส่วนใหญ่จะมีน้ำตาลเข้ม และสีเหลืองอ่อนๆ สุนัขโกลเดินริทรีฟเวอร์ถือว่าเป็นสุนัขที่มีความเฉลียวฉลาด ว่องไว สามารถฝึกฝนได้ง่าย ทั้งยังเป็นสุนัขที่มีนิสัยไม่ดุร้าย มีนิสัยร่าเริงและชอบเล่นน้ำ รวมถึงจัดว่าเป็นสุนัขที่รักเด็ก นอกจากนิยมเลี้ยงตามบ้านแล้ว ในวงการตำรวจมักจะเลี้ยงและฝึกฝนสุนัขพันธุ์นี้ดมกลิ่นและสะกดรอย เนื่องจากเป็นสุนัขที่จัดความประสาทสัมผัสในการรับรู้ สัมผัส ฟังเสียงและสะกดรอยได้อย่างดีมาก ทั้งนี้ในวงการตำรวจและทหารจึงนิยมฝึกและช่วยในเรื่องของการสะกดรอยพวกสารเสพติด รวมถึงใช้ในด้านการรักษาความปลอดภัย นอกจากนี้แล้วยังนำมาใช้นำทางคนตาบอดอีกด้วย

บีเกิล สุนัขที่สุภาพที่สุดในโลก

บีเกิลเป็นสุนัขที่สุภาพ พวกมันค่อนข้างเป็นมิตร ไม่ดุร้ายเกินไปหรือเฉื่อยชาเกินไป ชอบอยู่กันเป็นกลุ่ม แม้ว่าจะพอใช้กันคนแปลกหน้าได้บ้าง แต่มันก็เชื่องคนง่ายเกินจึงไม่เหมาะที่จะเป็นสุนัขเฝ้าบ้าน แต่ว่ามันยังคงเห่าหรือหอนบ้าง เมื่อเผชิญหน้ากับคนแปลกหน้า

ในปี 1985 เบ็นและลิเน็ท ฮาทได้ทำการศึกษาบีเกิล พร้อมกับสุนัขพันธุ์อื่นๆอย่าง ยอคเชียร์ เทอเรียเคนท์ เทอ เวส ไฮด์แลนด์ ไวท์ เทอเรีย ฟอกซ์ เทอเรียผลออกมาว่าบีเกิลเป็นสุนัขที่ฉลาด และเป็นสายพันธุ์ที่ถูกพัฒนามาด้วยจุดประสงค์เดียว คือให้เป็นนักล่ามาเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ฝึกค่อนข้างยาก โดยทั่วไปเมื่อมันรับคำสั่งแล้ว จะสั่งยกเลิกได้ยาก และเมื่อมันจดจำกลิ่นหนึ่งได้ มักจะถูกกลิ่นอื่นรอบตัวเบี่ยงเบนความสนใจได้ง่าย พวกมันจะไม่ค่อยยอมรับคำสั่งทั่วๆไป แต่ก็มีการตอบสนองต่ออาหารที่ดี มีความตื่นตัวสูง ช่างประจบ ในทางกลับกันก็เป็นสุนัขที่เบื่อง่าย

บีเกิลเป็นสุนัขที่เหมาะกับเด็กๆ จึงเป็นสุนัขที่นิยมเลี้ยงกันในครัวเรือน แต่ว่าพวกมันเป็นสุนัขที่อยู่เป็นฝูง เวลานำไปเลี้ยงจึงอาจเกิดอาการซึมเศร้าได้ ไม่ใช่บีเกิลทุกตัวที่จะหอน แต่ส่วนมากจะเห่าเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย ซึ่งบางตัวจะเห่าหรือหอน เมื่อรับรู้ถึงกลิ่นใดกลิ่นหนึ่งโดยเฉพาะ บีเกิลยังเข้ากับสุนัขสายพันธุ์อื่นได้ง่าย พวกมันแข็งแรงมาก จึงวิ่งเล่นได้นานโดยที่ไม่เหนื่อยง่ายๆ

สุนัขสายพันธุ์บีเกิลมีมากว่า 2000 ปีแล้ว และมีชื่อเสียงมากในยุคของพระนางอลิซาเบท ซึ่งปรากฏในงานวรรณกรรม จิตรกรรม ภาพยนตร์ โทรทัศน์ และหนังสือการ์ตูนเรื่องสนู๊ปปี้ ก็เป็นบีเกิลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดตัวหนึ่งของโลก

โอลด์อิงลิชชีปด็อก

สุนัขพันธุ์นี้มีขนปุกปุย หนา ยาวเหมือนเสื้อโค๊ทเป็นเอกลักษณ์ โอลด์อิงลิชชีปด็อก สมัยก่อนที่นิยมแต่งหางสุนัขพันธุ์นี้ให้กลมแล้ว ยิ่งทำให้มันเหมือนหมีแพนด้ามาก แต่ในบางสายพันธุ์ก็ถูกพัฒนาให้มีหางที่เป็นบ๊อบธรรมชาติ โดยไม่ต้องตกแต่ง ท่าทางของโอลด์อิงลิชชีพด็อกจะยืนตัวตกลง ตอนมันยืน หางก็จะตกต่ำลงกว่าสะโพก ทำให้บางครั้งขนที่ยาวมากส่วนหางจะตกลงด้วยขนาดตัวของสุนัขพันธุ์นี้จะสูงประมาณ 61 เซนติเมตร หรือประมาญ 2 ฟุต โดยที่ตัวเมียจะตัวเล็กกว่าตัวผู้ น้ำหนักโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 46 กิโลกรัมสำหรับตัวผู้โตเต็มวัย สีขนของโอลด์อิงลิชชีปด็อกจะเป็นสองสีปนกันระหว่างสีขาวกับสีเทา บางครั้งก็จะมีสีเทาออกฟ้าแซมอยู่เล็กน้อย แต่จะเป็นขาวส่วนใหญ่ ขนชั้นในจะทำหน้าที่กันความชื้น โดยลูกสุนัขเกิดใหม่จะมีสีดำและขาว แล้วจากนั้นสีก็จะเป็นจางลงเมื่อโตขึ้นเรื่องหางของเจ้าโอลด์อิงลิชชีปด็อก ได้เป็นที่ถกเถียงมากในประเทศต่างๆจากกฎหมายกำหนดลักษณะของสัตว์ที่นำมาใช้แรงงาน เพื่อให้มีลักษณะคล่องตัวกับการทำงานมากที่สุดสุนัขพันธุ์นี้ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่ามีถิ่นกำเนิดในประเทศใด แต่ได้รับการพัฒนาขึ้นทางฝั่งตะวันตกของประเทศอังกฤษบริเวณเดวอน, ซัมเมอร์เซ็ท และ ดัชชี เป็นต้น ปรากฏให้เห็นในครั้งแรกจากภาพวาดตั้งแต่สมัย ค.ศ. 1771 และสมัย ค.ศ. 1800 ทางฝั่งเมื่อตะวันตกเก่าแก่ของประเทศอังกฤษ ปรากฏในรูปของสุนัขพันธุ์แบร์เดดคอลลี ซึ่งเชื่อว่า ต่อมาได้ถูกพัฒนาสายพันธุ์กับรัสเซียนโอฟท์ชาร์คา เพื่อให้ได้ขนแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

บุลล์เทร์เรียร์

บุลล์เทร์เรียร์เป็นสุนัขในกลุ่มเทร์เรียร์ 4 สายพันธุ์ที่ใช้ในกีฬากัดสุนัข ได้แก่ อเมริกันพิตบุลล์เทร์เรียร์, สแตฟฟอร์ดเชอร์บุลล์เทร์เรียร์ , มินะเจอร์บุลล์เทร์เรียร์ , และบุลล์เทร์เรียร์ ทั้งนี้ สุนัขบุลล์เทร์เรียร์จะมีอายุเฉลี่ยประมาณ 15 ปี น้ำหนักมาตรฐานอยู่ระหว่าง 52-62 ปอนด์ ส่วนสูงอยู่ที่ 21-22 นิ้ว บุลล์เทร์เรียร์ดูแลง่าย ขนสั้น มีหลายสี ทั้งสีขาวล้วน ขาวแต้มดำหรือสีน้ำตาล และลายเสือ บุลล์เทร์เรียร์นับเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างพละกำลังกับความงดงาม สุนัขบุลล์เทร์เรียร์อันเป็นที่ยอมรับกันนั้นต้องขาวบริสุทธิ์ คือขาวปลอด มีจุดหรือปนสีอื่นได้สุนัขบุลล์เทร์เรียร์เป็นนักสู้ที่อ่อนหวานโดยธรรมชาติ เป็นนักสู้ที่ใจถึง เป็นสุนัขอารักขาที่กระฉับกระเฉง รักครอบครัวและอาณาเขตของเขาโดยสัญชาตญาณ ผู้ที่อาศัยอยู่ตามอะพาร์ตเมนต์ซึ่งมีเนื้อที่จำกัดจะนิยมเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้เพื่อช่วยอารักขา เนื่องจากเป็นสุนัขอารักขาที่ดี แล้วยังเป็นสุนัขที่ประหยัดอีกด้วย บางครั้งอาจจะดื้อรั้นไปบ้าง แต่ก็เข้ากับเด็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี เพื่อให้เขาอยู่ในโอวาทควรมีการฝึกปรือตั้งแต่วันแรก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าจะเลี้ยงเขารวมกับสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น โดยธรรมชาติแล้วจะก้าวร้าวกับสุนัขที่ทำตัวเป็นเจ้าถิ่น มีความจงรักภักดีต่อทุกคนในครอบครัว บุลล์เทร์เรียร์มีนิสัยที่ทำให้เราต้องขบขัน มีสมอง มีจินตนาการ มีบุคลิกไม่เหมือนสุนัขพันธุ์อื่นที่ทำให้ใคร ๆ ต้องรักในความงามของเขา รูปลักษณ์รวมทั้งเอกลักษณ์ของเขาเป็นสิ่งพิเศษที่ทำให้แตกต่างจากสุนัขพันธุ์อื่น เอกลักษณ์และอุปนิสัยของบุลล์เทร์เรียร์มีความซับซ้อนมาก บุลล์เทร์เรียร์เป็นสุนัขที่ซุกซนและทำตัวคล้ายเด็ก ดังนั้นคุณต้องตระเตรียมสิ่งต่าง ๆ และต้องคอยเอาใจใส่ดูแลเขาให้ดี

เวสต์ไฮต์แลนด์ไวต์เทร์เรียร์

เวสต์ไฮต์แลนด์ไวต์เทร์เรียร์เป็นที่รู้จักครั้งแรกจากงานประกวดสุนัขที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อปี ค.ศ. 1907 ในปีถัดมาได้ลงทะเบียนกับสมาคมสุนัขอเมริกันในชื่อ โรสนีทเทร์เรียร์ หลังจากนั้นได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น เวสต์ไฮต์แลนด์ไวต์เทร์เรียร์ อย่างเป็นทางการในปัจจุบัน เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ. 1909 เนื่องจากมีการผสมพันธุ์ให้กลายมาเป็นสีขาวล้วนเวสต์ไฮต์แลนด์ไวต์เทร์เรียร์เป็นสุนัขขนาดเล็ก ตาเป็นวงกลมสีดำ ขนยาวสีขาวมี 2 ชั้น ชั้นนอกมีลักษณะเหยียดยาว หยาบ ขนชั้นในจะสั้นและนุ่ม หูมีขนาดเล็กมีทั้งตั้งตรงและตกลง ตัวผู้สูงประมาณ 25-30 เซนติเมตร ตัวเมียสูงประมาณ 23-28 เซนติเมตร ตัวผู้หนัก 7-10 กิโลกรัม ตัวเมียหนักประมาณ 6-7 กิโลกรัม มีจุดเด่นคือสีขนจะมีความขาวสว่างทำให้ดูมีสง่าราศี มีอายุเต็มที่ประมาณ 15 ปีเนื่องจากเคยเป็นสุนัขล่าสัตว์มาก่อนจึงมีนิสัยที่กล้าหาญ จนถูกขนานนามว่า สุนัขใหญ่ในร่างเล็ก เวสต์ไฮต์แลนด์ไวต์เทร์เรียร์จึงเป็นสุนัขที่มีนิสัยระแวดระวังอยู่เสมอ และเห่าเก่งถึงแม้ตัวจะมีขนาดเล็ก รวมทั้งมีนิสัยที่หวงสิ่งของของมันเองมาก รวมถึงเจ้าของและอาหารด้วย โดยปกติแล้วจะเป็นสุนัขที่เข้ากับเด็กและสัตว์อื่น ๆ ได้ง่าย ชอบวิ่งเล่นเป็นประจำ จึงไม่ควรให้อยู่ในห้องแคบ ๆ สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ได้เร็ว แต่เนื่องจากตัวเล็กจึงมักจะเหนื่อยง่ายมักจะเป็นสุนัขที่มีปัญหาเกี่ยวกับผิวหนังแห้ง จึงทำให้ไม่ควรอาบน้ำให้บ่อยเกินไปนัก โดยปกติควรจะอยู่ที่ประมาณเดือนละ 1 ครั้ง แต่เนื่องจากมีขนยาวจึงควรที่จะแปรงขนให้บ่อย ๆ และทำความสะอาดหูด้วยสำลีจะช่วยป้องกันการสะสมของไขมันและสิ่งสกปรกได้